วันจันทร์ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

บริการเกี่ยวกับรถกอล์ฟ

                        การใช้งานรถกอล์ฟ
    การใช้งานของยานพาหนะชนิดต่างๆ  ควรใช้ให้เหมาะสมกับชนิดและรูปแบบที่ได้รับการออกแบบเพื่อใช้งานนั้นๆเพื่อยืดอายุการใช้งานของเครื่องยนต่างๆ ของยานพาหนะนั้นๆ
     แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่มีเหตุการไม่พึงประสงค์เกิดขึ้นแล้วท่านไม่สามารถทำการแก้ไขด้วยตัวเองได้เราสามารถช่วยท่านได้ ไม่ว่าจะเป็นรถกอล์ฟไฟฟ้า  น้ำมัน เราก็สามารถแก้ไขให้คุณได้  สนใจท่านสามารถเข้าไปดูรายละเอยีดเพิ่มเติมได้ที่  http://www.pcnforklift.com/
           






แบตเตอรี่รถกอล์ฟเป็นอุปกรณ์ที่เปลี่ยนพลังงานจากปฏิกิริยาทางเคมี  เป็นพลังงานไฟฟ้า  ประกอบด้วย
-          เปลือกหม้อที่ผลิตจากวัสดุที่บอบบาง
-          แผ่นธาตุประกอบด้วยแผ่นตะกั่วบริสุทธิ์ และแผ่นตะกั่วออกไซด์ มีแผ่นฉนวนกั้นระหว่างแผ่นธาตุ
-          น้ำยา หรือ Electrolyte ซึ่งเป็นส่วนผสมของน้ำกรดกำมะถันกับน้ำกลั่น ให้ได้  ถพ.  ตามที่ต้องการประมาณ  1,250
สรุปแล้วแบตเตอรี่เป็นอุปกรณ์ที่บอบบางแต่ราคาแพง   หากไม่ได้รับการเอาใจใส่หรือบำรุงรักษาให้ถูกวิธี  ก็จะทำให้อายุการใช้งานสั้น  ไม่คุ้มค่า  เนื่องจากชำรุดเสียหายได้ง่ายจากการกระทบกระแทกของแข็ง  หรือใช้งานผิดวิธี
ข้อควรระวัง
1.       เวลาใส่ขั้วแบตเตอรี่อย่าใช้โลหะหรือของแข็งตอกอัดขั้วลงไป เพราะจะทำให้ขั้วแบตเตอรี่ชำรุดและแผ่นธาตุภายในหลุดร่วง  เกิดการชอร์ตในช่องของแบตเตอรี่  ควรใช้มือกดหมุนลงไปเท่านั้น  ถ้าขั้วสายเล็กกว่าให้ใช้ไขควงถ่างรอยผ่าเสียก่อน  แล้วขันน๊อตให้แน่นพอสมควร  เสร็จแล้วใช้จาระบีทาบาง ๆ เพื่อป้องกันซัลเฟสเกาะที่ขั้วแบตเตอรี่
2.       เวลาถอดขั้วสายออกจากแบตเตอรี่ห้ามใช้ไขควงหรือของแข็งงัดออก  จะทำให้ฝาแบตเตอรี่ชำรุดเสียหายได้  ต้องกระทำโดยวิธีคลายสกรูออกให้หลวมเสียก่อน  แล้วใช้ไขควงกดปิดรอยแตกแยกให้ถ่างออกแล้วใช้มือหมุนออกเช่นเดียวกับข้อ 1
3.       อย่าสตาร์ทเครื่องยนต์ให้นานเกินควร  หรือสตาร์ทติดต่อเป็นเวลานานเกิน  10  วินาที ถ้ายังขืนสตาร์ทเครื่องยนต์ต่อไปอีก  จะทำให้แผ่นธาตุแบตเตอรี่ชำรุด  หรือมอเตอร์สตาร์ทไหม้ได้
4.       ให้เปิดฝาตรวจดูระดับน้ำยาที่อยู่ในช่องแบตเตอรี่แต่ละช่องทุกสัปดาห์  ถ้าระดับน้ำยาลดลงให้เติมเฉพาะน้ำกลั่นเท่านั้น  และควรสูงท่วมแผ่นธาตุประมาณ  1  ซม.
5.       อย่าปล่อยแบตเตอรี่ไว้โดยไม่ได้ใช้งานเป็นเวลานานเป็นอันขาด  ต้องนำมาชาร์ทไฟอย่างน้อย  15  วันต่อครั้ง  ครั้งละไม่น้อยกว่า  30  นาที
6.       ไม่ควรชาร์ทแบตเตอรี่ด้วยกระแสไฟที่สูงเกินไป  จะทำให้แผ่นธาตุทำปฏิกิริรยากับน้ำยาอย่างรวดเร็ว  เกิดความร้อนสูง  ทำให้อายุการใช้งานของแบตเตอรี่ลดลงกว่ากำหนด
7.       หมุนฝาปิดน้ำยาให้แน่นและรูระบายอากาศต้องไม่อุดตัน  เพื่อระบายแก๊สขณะแผ่นธาตุทำปฏิกิริยากับน้ำยาในแบตเตอรี่  จะเกิดความร้อนและแก๊สขยายตัว  อาจทำให้แบตเตอรี่บวมหรือระเบิดได้
8.       หมั่นเช็คทำความสะอาดฝาแบตเตอรี่  อย่าให้มีสิ่งสกปรก  เช่น  ฝุ่น  น้ำมัน  และความชื้น  เป็นต้น  หรือใช้น้ำอุ่นล้างถ้ามีซัลเฟสเกาะที่ขั้วสาย
9.       อย่าวางเครื่องที่เป็นโลหะบนหม้อแบตเตอรี่  จะทำให้เกิดการลัดวงจร  ขั้วแบตเตอรี่จะชำรุดเสียหายได้
10.    การติดตั้งแบตเตอรี่ต้องติดตั้งกับแท่นยึดที่แข็งแรงและแน่น  ไม่สั่นสะเทือนมากในขณะปฏิบัติงานสะดวกต่อการบริการ  ไกลจากความชื้น  และอุณหภูมิไม่สูงเกินไป
11.    ในการเคลื่อนย้ายแบตเตอรี่ให้ใช้วิธียก   อย่าลากหรือดึง  หรือปล่อยลงกระแทกพื้นแรง ๆ เพราะอาจจะทำให้เปลือกหม้อแบตเตอรี่ทะลุได้
12.    แบตเตอรี่ใหม่หลังจากเติมน้ำยาแล้วจะเกิดกระแสไปขึ้นเอง  ทางด้านเทคนิคห้ามไม่ให้นำไปใช้งาน  เพราะจะทำให้อายุการใช้งานของแบตเตอรี่สั้นหรือเสื่อมสภาพเร็วผิดปกติ  จะต้องนำไปชาร์ทไฟเสียก่อนด้วยกระแสไฟอัตราไม่เกิน  2 – 3  แอมแปร์  ประมาณ  72  ชั่วโมง  แล้วจึงนำไปใช้งานก็จะทำให้ได้แบตเตอรี่ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด
13.    แบตเตอรี่จะมีอายุการใช้งานและมีประสิทธิภาพดีที่สุด  แบตเตอรี่นั้นจะต้องได้รับการประจุหรือชาร์ทไฟเต็ม  (Full  charge)  อยู่ตลอดเวลา
14.    แบตเตอรี่ทั่วไปมีอายุการใช้งานระหว่าง  6  เดือน  ถึง  2  ปี  ซึ่งขึ้นอยู่กับการใช้และบำรุงรักษาที่ถูกวิธี  ถ้าบำรุงรักษาไม่ถูกวิธีจะมีอายุการใช้งานต่ำกว่า  6  เดือน  หรือถ้าใช้และบำรุงรักษาให้ถูกวิธีอายุการใช้งานจะได้ไม่น้อยกว่า  2  ปี  จะเห็นได้ว่าการใช้และบำรุงรักษาแบตเตอรี่ให้ถูกวิธี  อายุการใช้งานจะต่างกันหลายเท่าตัว

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น